บรรษัทภิบาล/การบริหารการจัดการที่ดีกับจริยธรรมองค์กร

มีนาคม 3, 2009

3. จริยธรรมและคุณธรรมของผู้บริหาร เจ้าหน้าที่และบุคลากรขององค์กร

จริยธรรม (Ethics) ในความหมายแคบ หมายถึง ความประพฤติเพื่อให้เกิดความงดงามแก่ผู้ปฏิบัติ และหมู่คณะของผู้ปฏิบัติ

จริยธรรม (Ethics) ในความหมายกว้าง หมายถึง การดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่ การยังชีวิต การครองชีพ การใช้ชีวิต การเคลื่อนไหวของทุกชีวิต ทุกแง่ ทุกด้าน ทุกระดับ ทั้งทางการกระทำ การพูดและการสื่อสารทางความคิด ที่ครอบคลุมถึงตนเอง องค์กรและสังคมโดยรวม

คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดี หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ สภาพที่ก่อให้เกิดทั้งที่เป็นคุณ ที่งดงามและที่มีความดี ดังนั้นคุณธรรมจึงเป็นองค์รวมของจริยธรรม
คุณธรรมนั้นต้องพิจารณาทั้ง 2 ส่วนคือ
– ส่วนที่เป็นข้อพึงละเว้น หรือห้ามไม่ให้ปฏิบัติ (ด้านลบ)
– ส่วนที่ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติ (ด้านบวก)

ความซื่อสัตย์ หมายถึง ความสุจริต จริงใจ และเปิดเผยอย่างแท้จริงในการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับ องค์กร และทุกระดับของการบริหารและการปฏิบัติงาน

ประมวลจริยธรรมขององค์กร
ยึดถือกลุ่มผู้มีผลประโยชน์ร่วมให้ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน โดยยึดถือ “ประโยชน์สุขของประชาชน” เป็นวัตถุประสงค์สูงสุด

จรรยาบรรณของคณะผู้บริหาร กรรมการ อนุกรรมการ และคณะทำงาน
ผู้บริหารขององค์กร เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถในการบริหารงาน จึงควรต้องดำรงไว้ซึ่งจรรยาบรรณของคณะผู้บริหารองค์กร ที่ต้องถือปฏิบัติตามหลักการกำกับและบริหารงานที่ดีดังนี้
– ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด
– ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับขององค์กร
– ต้องบริหารเพื่อผลประโยชน์ขององค์กรและพนักงาน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวม
– ต้องบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ฝักใฝ่การเมือง โดยวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด เพื่อผลประโยชน์ขององค์กรและพนักงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต
– ต้องพร้อมที่จะแสดงความเห็นของตนอย่างเป็นอิสระ
– ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการที่ตนเป็นผู้บริหาร รวมทั้งในกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับองค์กรที่ตนเป็นผู้บริหารอยู่ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
– ต้องบริหารงานด้วยความระมัดระวัง ไม่สร้างและไม่ก่อให้เกิดข้อผูกพันที่อาจขัดแย้งกับหน้าที่ของตนภายหลัง
– พึงบริหารงานทั้งมวล โดยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ส่วนตนต่อผลประโยชน์ขององค์กร เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ
– ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
– ต้องไม่กระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการเข้าไปบริหารหรือจัดการใด ๆ หรือเอื้อประโยชน์ให้นิติบุคคลหรือให้บุคคลใด ๆ ไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือของผู้อื่น
– ต้องอุทิศเวลาและทุ่มเทความสนใจที่เป็นประโยชน์และจำเป็นให้กับองค์กรอย่างเต็มที่
– ต้องมีความสามารถในศักยภาพแห่งตน มีความรู้ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงการดำเนินงานขององค์กร
– ต้องร่วมมือกับกลุ่มตรวจสอบใน ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาในด้านการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการขององค์กร
– ต้องพร้อมที่จะแสดงความเห็นของตนอย่างเป็นอิสระ

จรรยาบรรณของผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง
– ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และระเบียบข้อบังคับขององค์กร และมติที่ประชุมของคณะผู้บริหาร
– ควรมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีกิริยามารยาทที่สุภาพเรียบร้อยต่อผู้ร่วมงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง
– ต้องประพฤติตนให้เหมาะสมกับที่เป็นพนักงานขององค์กรและต้องรักษาและเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรให้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
– ต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบจากหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
– ต้องไม่ฝักใฝ่ในกลุ่มการเมือง และต้องวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

Elements of CG & RM


บรรษัทภิบาล/การบริหารการจัดการที่ดีกับจริยธรรมองค์กร

มีนาคม 1, 2009

2. การกำกับและบริหารงานที่ดีกับความเสี่ยงขององค์กร

การโยงใยและความสัมพันธ์ของ CG & RM

2.1 ประสิทธิผล ประสิทธิภาพขององค์กรจะประสบความสำเร็จได้ดีเป็นที่ยอมรับต่อผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) ทุกฝ่ายได้ดี ก็ต่อเมื่อองค์กรมีหลักการกำกับและบริหารงานที่ดี ซึ่งเป็นแม่บทของการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) อันประกอบไปด้วย การควบคุมความเสี่ยง (Risk control) และการตรวจสอบโดยใช้ฐานความเสี่ยง (Risk-based Audit Approach) เป็นสำคัญและเป็นสากล

จากประสบการณ์ที่สถาบันการเงินและความล้มเหลวขององค์กรต่างๆ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า การกำกับและบริหารที่ดีเป็นคำตอบของการบริหารในยุคปัจจุบันและอนาคตอีกยาวนาน

2.2 การบริหาร คือ การทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้บริหารคือการครอง “ใจ” ผู้ร่วมงานและผู้เกี่ยวข้อง ด้วยการชี้นำการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ทุกระดับขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างศรัทธา และจิตวิญญาณในการทำงานอย่างผู้เป็นเจ้าของร่วมจากพนักงานทุกคนทุกระดับ

2.3 องค์กรควรสร้างจิตสำนึกในจริยธรรม/จรรยาบรรณด้วยความมุ่งมั่น โดยใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมความเสี่ยง ด้วยความเสียสละและความกล้าหาญให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกระดับ เพื่อสร้างจิตวิญญาณของความรู้สึกในการทุ่มเทการทำงาน เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าขององค์กรร่วมกัน เพื่อความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร

2.4 องค์กรควรพิจารณาสร้างหลักเกณฑ์และแนวทางการกำกับดูแลที่ดี ทั้งนี้ ควรจัดให้มีคณะกรรมการต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้
– คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
– คณะกรรมการค่าตอบแทน
– คณะกรรมการสรรหา
– คณะกรรมการตรวจสอบ
– คณะกรรมการสินเชื่อ หรือคณะกรรมการอื่นที่ดูแลงานหลัก ๆ ขององค์กร

2.5 ความหมายของคำว่า “ความเสี่ยง” ขององค์กรก็คือ เหตุการณ์/การกระทำใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและจะส่งผลกระทบหรือโอกาสที่เกิดความเสียหรือความล้มเหลวต่อการบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ทั้งระดับองค์กร ระดับหน่วยงาน และบุคลากร รวมทั้งการขาดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้

2.6 การบริหารความเสี่ยง คือ “การบริหารกิจกรรมรวมทั้งกระบวนการปฏิบัติงานและลดโอกาสที่องค์กรจะเกิดความเสียหาย ให้มีระดับของความเสี่ยงและขนาดของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ ประเมินได้ และตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรทางด้าน IT และไม่ใช่ IT เป็นสำคัญ”

2.7 การประเมินความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการควบคุมและการตรวจสอบ ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งของการวิเคราะห์ความเสี่ยง ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ถึงมูลเหตุที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย หรือความไม่สำเร็จของงาน หรือกิจกรรมอย่างเป็นระบบ ประกอบไปด้วยตัวแปรของความเสี่ยง 2 อย่างคือ มูลเหตุที่นำไปสู่ความเสียหาย และโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นั้น เป็นต้นนั้น มีรายละเอียดอีกมากซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการเขียนบทความครั้งนี้

2.8 ความเข้าใจในบทบาทการกำกับและบริหารงานที่ดี ควบคู่กับการวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างเป็นระบบจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจแยกจากกันได้ นั่นคือ ผู้บริหารที่ดีต้องเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความโยงใยระหว่างปัจจัยต่อไปนี้
– การกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งหมายถึง CG และ ITG รวมทั้ง GRC (Governance + Risk Management + Compliance กับ
– การวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง
– การควบคุมการบริหารและจัดการกับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง และ
– การตรวจสอบภายในโดยใช้ฐานความเสี่ยงเป็นหลักในกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ


บรรษัทภิบาล/การบริหารการจัดการที่ดีกับจริยธรรมองค์กร

มีนาคม 1, 2009

2. การกำกับและบริหารงานที่ดีกับความเสี่ยงขององค์กร

การโยงใยและความสัมพันธ์ของ CG & RM

2.1 ประสิทธิผล ประสิทธิภาพขององค์กรจะประสบความสำเร็จได้ดีเป็นที่ยอมรับต่อผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) ทุกฝ่ายได้ดี ก็ต่อเมื่อองค์กรมีหลักการกำกับและบริหารงานที่ดี ซึ่งเป็นแม่บทของการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) อันประกอบไปด้วย การควบคุมความเสี่ยง (Risk control) และการตรวจสอบโดยใช้ฐานความเสี่ยง (Risk-based Audit Approach) เป็นสำคัญและเป็นสากล

จากประสบการณ์ที่สถาบันการเงินและความล้มเหลวขององค์กรต่างๆ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า การกำกับและบริหารที่ดีเป็นคำตอบของการบริหารในยุคปัจจุบันและอนาคตอีกยาวนาน

2.2 การบริหาร คือ การทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้บริหารคือการครอง “ใจ” ผู้ร่วมงานและผู้เกี่ยวข้อง ด้วยการชี้นำการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ทุกระดับขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างศรัทธา และจิตวิญญาณในการทำงานอย่างผู้เป็นเจ้าของร่วมจากพนักงานทุกคนทุกระดับ

2.3 องค์กรควรสร้างจิตสำนึกในจริยธรรม/จรรยาบรรณด้วยความมุ่งมั่น โดยใช้ความรู้ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมความเสี่ยง ด้วยความเสียสละและความกล้าหาญให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกระดับ เพื่อสร้างจิตวิญญาณของความรู้สึกในการทุ่มเทการทำงาน เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าขององค์กรร่วมกัน เพื่อความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร

2.4 องค์กรควรพิจารณาสร้างหลักเกณฑ์และแนวทางการกำกับดูแลที่ดี ทั้งนี้ ควรจัดให้มีคณะกรรมการต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้
– คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
– คณะกรรมการค่าตอบแทน
– คณะกรรมการสรรหา
– คณะกรรมการตรวจสอบ
– คณะกรรมการสินเชื่อ หรือคณะกรรมการอื่นที่ดูแลงานหลัก ๆ ขององค์กร

2.5 ความหมายของคำว่า “ความเสี่ยง” ขององค์กรก็คือ เหตุการณ์/การกระทำใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและจะส่งผลกระทบหรือโอกาสที่เกิดความเสียหรือความล้มเหลวต่อการบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ทั้งระดับองค์กร ระดับหน่วยงาน และบุคลากร รวมทั้งการขาดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้

2.6 การบริหารความเสี่ยง คือ “การบริหารกิจกรรมรวมทั้งกระบวนการปฏิบัติงานและลดโอกาสที่องค์กรจะเกิดความเสียหาย ให้มีระดับของความเสี่ยงและขนาดของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ ประเมินได้ และตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรทางด้าน IT และไม่ใช่ IT เป็นสำคัญ”

2.7 การประเมินความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการควบคุมและการตรวจสอบ ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งของการวิเคราะห์ความเสี่ยง ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ถึงมูลเหตุที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย หรือความไม่สำเร็จของงาน หรือกิจกรรมอย่างเป็นระบบ ประกอบไปด้วยตัวแปรของความเสี่ยง 2 อย่างคือ มูลเหตุที่นำไปสู่ความเสียหาย และโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นั้น เป็นต้นนั้น มีรายละเอียดอีกมากซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการเขียนบทความครั้งนี้

2.8 ความเข้าใจในบทบาทการกำกับและบริหารงานที่ดี ควบคู่กับการวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างเป็นระบบจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจแยกจากกันได้ นั่นคือ ผู้บริหารที่ดีต้องเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความโยงใยระหว่างปัจจัยต่อไปนี้
– การกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งหมายถึง CG และ ITG รวมทั้ง GRC (Governance + Risk Management + Compliance กับ
– การวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง
– การควบคุมการบริหารและจัดการกับกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง และ
– การตรวจสอบภายในโดยใช้ฐานความเสี่ยงเป็นหลักในกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ


บรรษัทภิบาล/การบริหารการจัดการที่ดีกับจริยธรรมองค์กร

กุมภาพันธ์ 27, 2009

1. การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance)

การกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร (Good Corporate Governance หรือ GCG) คืออะไร
คือ วิถีแห่งการนำองค์กรสู่ความรุ่งเรืองมั่นคงยั่งยืน ซึ่งกล่าวถึง ปรัชญา คุณธรรม และจริยธรรมแห่งองค์กรในการบริหารและจัดการที่ดี อันเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างคุณค่าและเพิ่มพลังแห่งความเจริญเติบโตรุ่งเรือง เพื่อให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์หลักภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในด้านต่าง ๆ ของประเทศและของโลกธุรกิจปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการควบคุมและจัดการกับความเสี่ยงและการตรวจสอบภายใน โดยใช้ฐานความเสี่ยงเป็นหลัก

ประโยชน์ของการกำกับดูแลกิจการที่ดีกับองค์กร
เพื่อให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์หลักในเรื่องการบริหารและจัดการความเสี่ยงที่ดีในองค์กร โดยมีปรัชญาคุณธรรมเป็นแกนนำในการทำงานที่ดี และมีการบริหารเชิงรุกอย่างมีระบบและเป็นการพัฒนาวิธีการทำงานและพนักงานพร้อมกันไป ซึ่งจะช่วยให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่งของการบริหารองค์กรต่าง ๆ ในยุคปัจจุบันทั่วโลก

ปรัชญา หลักการ และวิธีการ ของการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ปรัชญา คือ ความเชื่อที่มาจากรากฐานแห่งความจริงที่ว่า การบริหารและการจัดการที่ดีคือ ความยุติธรรม ความโปร่งใส ความสามารถในการบริหาร การจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีต่อองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรมเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง และความชัดเจนในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และดุลอำนาจในองค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู้เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

หลักการ คือ มาตรฐานของกฏเกณฑ์ที่ตั้งไว้เพื่อเป็นแก่นหรือเป็นโครงสร้างของความคิดและรูปแบบ (Model) ต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาต่อมาจากปรัชญา

วิธีการ คือ รายละเอียดแห่งการปฏิบัติที่เป็นไปตามหลักการที่กำหนดขึ้นเพื่อที่นำไปสู่กระบวนการแห่งความสำเร็จของการบริหารงานความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดขึ้น

โดยรวมแล้ววิธีการต้องอาศัยหลักการทำให้ทุกองค์ประกอบเกื้อกูลกัน อันเป็นแนวความคิดใหม่ในการบริหารองค์กร อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในโลกธุรกิจและการบริหารในปัจจุบันที่ว่าด้วย Good Corporate Governance การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในตามฐานความเสี่ยงที่ผู้เกี่ยวข้องควรติดตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ


บรรษัทภิบาล/การบริหารการจัดการที่ดีกับจริยธรรมองค์กร

กุมภาพันธ์ 27, 2009

1. การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance)

การกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร (Good Corporate Governance หรือ GCG) คืออะไร
คือ วิถีแห่งการนำองค์กรสู่ความรุ่งเรืองมั่นคงยั่งยืน ซึ่งกล่าวถึง ปรัชญา คุณธรรม และจริยธรรมแห่งองค์กรในการบริหารและจัดการที่ดี อันเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างคุณค่าและเพิ่มพลังแห่งความเจริญเติบโตรุ่งเรือง เพื่อให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์หลักภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในด้านต่าง ๆ ของประเทศและของโลกธุรกิจปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการควบคุมและจัดการกับความเสี่ยงและการตรวจสอบภายใน โดยใช้ฐานความเสี่ยงเป็นหลัก

ประโยชน์ของการกำกับดูแลกิจการที่ดีกับองค์กร
เพื่อให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์หลักในเรื่องการบริหารและจัดการความเสี่ยงที่ดีในองค์กร โดยมีปรัชญาคุณธรรมเป็นแกนนำในการทำงานที่ดี และมีการบริหารเชิงรุกอย่างมีระบบและเป็นการพัฒนาวิธีการทำงานและพนักงานพร้อมกันไป ซึ่งจะช่วยให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญยิ่งของการบริหารองค์กรต่าง ๆ ในยุคปัจจุบันทั่วโลก

ปรัชญา หลักการ และวิธีการ ของการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ปรัชญา คือ ความเชื่อที่มาจากรากฐานแห่งความจริงที่ว่า การบริหารและการจัดการที่ดีคือ ความยุติธรรม ความโปร่งใส ความสามารถในการบริหาร การจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีต่อองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรมเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง และความชัดเจนในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และดุลอำนาจในองค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู้เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

หลักการ คือ มาตรฐานของกฏเกณฑ์ที่ตั้งไว้เพื่อเป็นแก่นหรือเป็นโครงสร้างของความคิดและรูปแบบ (Model) ต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาต่อมาจากปรัชญา

วิธีการ คือ รายละเอียดแห่งการปฏิบัติที่เป็นไปตามหลักการที่กำหนดขึ้นเพื่อที่นำไปสู่กระบวนการแห่งความสำเร็จของการบริหารงานความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดขึ้น

โดยรวมแล้ววิธีการต้องอาศัยหลักการทำให้ทุกองค์ประกอบเกื้อกูลกัน อันเป็นแนวความคิดใหม่ในการบริหารองค์กร อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในโลกธุรกิจและการบริหารในปัจจุบันที่ว่าด้วย Good Corporate Governance การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในตามฐานความเสี่ยงที่ผู้เกี่ยวข้องควรติดตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ


บรรษัทภิบาล/การบริหารการจัดการที่ดีกับจริยธรรมองค์กร

กุมภาพันธ์ 25, 2009

บทนำ

การสร้างความเชื่อมั่นในการนำองค์กรต่าง ๆ และประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้อย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันสร้างและจัดให้มีวิธีการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กรต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างโอกาสและวิธีการแข่งขันในระดับประเทศ

ความเข้าใจของคำว่า ธรรมรัตน์ (Good Governance) ซึ่งเป็นแม่บทที่ตามมาของคำว่าบรรษัทภิบาล (Good Corporate Governance) หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นคำที่เข้าใจได้ง่ายกว่า มีการกล่าวกันอย่างกว้างขวาง ในภาคเอกชน ภาครัฐ และกระทรวงการคลังก็ได้แนะนำหลักเกณท์และแนวทางการกำกับดูแลที่ดีในส่วนที่เกี่ยวข้องและเผยแพร่กันโดยทั่วไป ซึ่งกำลังจะก้าวไปสู่การกำหนดกฎเกณฑ์ที่อาจจะมีการกำหนดเป็น Compliance ให้ต้องปฏิบัติมากขึ้น สำหรับภาครัฐและรัฐวิสาหกิจโดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2544 และกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการกำหนดให้มีการบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไปกับการจัดทำโครงการต่าง ๆ ในการของบประมาณจากรัฐ ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของบทบาทของบรรษัทภิบาลกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในเพื่อการก้าวไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ในระดับต่าง ๆ ที่ชัดเจน

มีความเข้าใจที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ในบรรดาผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานบางส่วนระหว่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวกับความเกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กันกับการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการตรวจสอบตามฐานความเสี่ยง ซึ่งเป็นวิธีการบริหารงานที่ได้รับการยอมรับและปฏิบัติกันเป็นสากลแล้ว แต่ไม่ได้มีการอธิบายความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ผมจึงขอนำเรื่องทั้งสองมาสรุปสั้น ๆ เป็นข้อ ๆ เพื่อความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีประโยชน์ในทางปฏิบัติของผู้กำกับฯ ของกรรมการตรวจสอบ ผู้บริหารระดับสูง ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบทุกประเภท โดยสังเขปได้ระดับหนึ่ง

ความตื่นตัวของการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้เกิดมากขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยได้ประสบวิกฤติการณ์เศรษฐกิจ การเงินทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตั้งแต่วิกฤติต้มย้ำกุ้งของไทย และวิกฤติแฮมเบอเกอร์ที่เริ่มจากประเทศสหรัฐอเมริกาและกระจายไปสู่ทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งเชื่อว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งมาจากการขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้กำกับภาครัฐฯ ที่อาจไม่ให้ความสนใจในการกำกับและการติดตามอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเลยไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง การไม่สร้างมาตรฐานให้ทัดเทียมเพื่อการแข่งขันกับองค์กรที่มีการบริหารงานที่ดีของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในเวทีของโลก จึงต้องมีการปรับปรุงการบริหารจัดการทั้งในภาครัฐและเอกชน พัฒนารูปแบบการดำเนินงานเพื่อสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ สามารถยกระดับมาตรฐานให้เป็นสากลเป็นที่ยอมรับ เพราะธุรกิจต่างๆ ต้องติดต่อและมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากขึ้น ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องพึ่งพาทางการเงิน การบริหาร การจัดการ และเทคนิคต่าง ๆ จากต่างประเทศ

กรอบการดำเนินงานในการกำกับดูแลองค์กรที่ดีขององค์กรเป็นหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการฝ่ายบริหารและพนักงานขององค์กรทุกคนใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแลการบริหารงานและปฏิบัติงานให้มีคุณภาพ มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารงานทุกขั้นตอนและมีความสามารถในการแข่งขัน โดยการกำหนดรูปแบบและอำนาจหน้าที่ ตลอดจนแนวปฏิบัติที่ดีของคณะกรรมการฝ่ายบริหารและพนักงานเพื่อให้เกิดกระบวนการกำกับดูแล มีการตรวจสอบและพัฒนาการ ซึ่งระบบการควบคุมภายในที่ดีเป็นมาตรฐาน โดยมีการบริหารและจัดการกับขนาดของความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ที่มีโอกาสที่จะสร้างความเสียหายให้กับองค์กร ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิผลและเหมาะสมเป็นที่ยอมรับของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี CG & ITG

ทั้งนี้ เพราะการบริหารและการตรวจสอบในเชิงรุก จะมีประโยชน์ต่อทุกองค์กรเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมขนาด และโอกาสที่จะเกิดความเสียหายในอนาคตจากความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ โดยใช้การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมภายใน ตามแนวความคิดของ COSO และการตรวจสอบภายในตามฐานความเสี่ยง 10 ขั้นตอน


บรรษัทภิบาล/การบริหารการจัดการที่ดีกับจริยธรรมองค์กร

กุมภาพันธ์ 25, 2009

บทนำ

การสร้างความเชื่อมั่นในการนำองค์กรต่าง ๆ และประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่กำหนดได้อย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันสร้างและจัดให้มีวิธีการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กรต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างโอกาสและวิธีการแข่งขันในระดับประเทศ

ความเข้าใจของคำว่า ธรรมรัตน์ (Good Governance) ซึ่งเป็นแม่บทที่ตามมาของคำว่าบรรษัทภิบาล (Good Corporate Governance) หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นคำที่เข้าใจได้ง่ายกว่า มีการกล่าวกันอย่างกว้างขวาง ในภาคเอกชน ภาครัฐ และกระทรวงการคลังก็ได้แนะนำหลักเกณท์และแนวทางการกำกับดูแลที่ดีในส่วนที่เกี่ยวข้องและเผยแพร่กันโดยทั่วไป ซึ่งกำลังจะก้าวไปสู่การกำหนดกฎเกณฑ์ที่อาจจะมีการกำหนดเป็น Compliance ให้ต้องปฏิบัติมากขึ้น สำหรับภาครัฐและรัฐวิสาหกิจโดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2544 และกำลังเพิ่มความเข้มงวดในการกำหนดให้มีการบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไปกับการจัดทำโครงการต่าง ๆ ในการของบประมาณจากรัฐ ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของบทบาทของบรรษัทภิบาลกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในเพื่อการก้าวไปสู่การบรรลุเป้าประสงค์ในระดับต่าง ๆ ที่ชัดเจน

มีความเข้าใจที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก ในบรรดาผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานบางส่วนระหว่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวกับความเกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กันกับการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการตรวจสอบตามฐานความเสี่ยง ซึ่งเป็นวิธีการบริหารงานที่ได้รับการยอมรับและปฏิบัติกันเป็นสากลแล้ว แต่ไม่ได้มีการอธิบายความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ผมจึงขอนำเรื่องทั้งสองมาสรุปสั้น ๆ เป็นข้อ ๆ เพื่อความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีประโยชน์ในทางปฏิบัติของผู้กำกับฯ ของกรรมการตรวจสอบ ผู้บริหารระดับสูง ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบทุกประเภท โดยสังเขปได้ระดับหนึ่ง

ความตื่นตัวของการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้เกิดมากขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยได้ประสบวิกฤติการณ์เศรษฐกิจ การเงินทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตั้งแต่วิกฤติต้มย้ำกุ้งของไทย และวิกฤติแฮมเบอเกอร์ที่เริ่มจากประเทศสหรัฐอเมริกาและกระจายไปสู่ทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งเชื่อว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งมาจากการขาดการบริหารจัดการที่ดีทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้กำกับภาครัฐฯ ที่อาจไม่ให้ความสนใจในการกำกับและการติดตามอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการละเลยไม่ปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง การไม่สร้างมาตรฐานให้ทัดเทียมเพื่อการแข่งขันกับองค์กรที่มีการบริหารงานที่ดีของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในเวทีของโลก จึงต้องมีการปรับปรุงการบริหารจัดการทั้งในภาครัฐและเอกชน พัฒนารูปแบบการดำเนินงานเพื่อสามารถแข่งขันกับคนอื่นได้ สามารถยกระดับมาตรฐานให้เป็นสากลเป็นที่ยอมรับ เพราะธุรกิจต่างๆ ต้องติดต่อและมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากขึ้น ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องพึ่งพาทางการเงิน การบริหาร การจัดการ และเทคนิคต่าง ๆ จากต่างประเทศ

กรอบการดำเนินงานในการกำกับดูแลองค์กรที่ดีขององค์กรเป็นหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนดขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการฝ่ายบริหารและพนักงานขององค์กรทุกคนใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแลการบริหารงานและปฏิบัติงานให้มีคุณภาพ มีความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารงานทุกขั้นตอนและมีความสามารถในการแข่งขัน โดยการกำหนดรูปแบบและอำนาจหน้าที่ ตลอดจนแนวปฏิบัติที่ดีของคณะกรรมการฝ่ายบริหารและพนักงานเพื่อให้เกิดกระบวนการกำกับดูแล มีการตรวจสอบและพัฒนาการ ซึ่งระบบการควบคุมภายในที่ดีเป็นมาตรฐาน โดยมีการบริหารและจัดการกับขนาดของความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ที่มีโอกาสที่จะสร้างความเสียหายให้กับองค์กร ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างมีประสิทธิผลและเหมาะสมเป็นที่ยอมรับของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

กรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดี CG & ITG

ทั้งนี้ เพราะการบริหารและการตรวจสอบในเชิงรุก จะมีประโยชน์ต่อทุกองค์กรเป็นอย่างยิ่งในการควบคุมขนาด และโอกาสที่จะเกิดความเสียหายในอนาคตจากความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นระบบ โดยใช้การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมภายใน ตามแนวความคิดของ COSO และการตรวจสอบภายในตามฐานความเสี่ยง 10 ขั้นตอน


บรรษัทภิบาลกับจริยธรรม

กุมภาพันธ์ 23, 2009

ผมจะได้นำเสนอภายในสัปดาห์นี้ครับ ทั้งนี้บทความดังกล่าวจะได้เน้นถึงการบริหารจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับบรรษัทภิบาล ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรภายใต้กรอบ COSO-ERM ในองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมขององค์กร………………


บรรษัทภิบาลกับจริยธรรม

กุมภาพันธ์ 23, 2009

ผมจะได้นำเสนอภายในสัปดาห์นี้ครับ ทั้งนี้บทความดังกล่าวจะได้เน้นถึงการบริหารจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับบรรษัทภิบาล ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งในกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรภายใต้กรอบ COSO-ERM ในองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมขององค์กร………………